สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

หมอของหมู่บ้าน

                                                                โดย...หมอไก่...

 “คุณหมอ   ยายพา หนอนเจาะแล้ว”   น้าเท ประธานอสม.ของหมู่บ้าน บอกฉันผ่านทางโทรศัพท์ ยายพาที่น้าเทพูดถึง คือผู้สูงอายุที่อยู่ในหมู่บ้านที่เป็นเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลที่ฉันรับผิดชอบและปฏิบัติงานอยู่   ภาพประจำของยายพา ที่ฉันเจอเวลาไปเยี่ยมที่บ้าน คือหญิงชราในวัยเกือบเก้าสิบปี รูปร่างผอม ผมขาวใบหน้าตอบ ปากแดงด้วยคราบน้ำหมาก  ชอบสวมเสื้อคอกระเช้าสีแดง  นั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน  พร้อมตะกร้าใส่หมากคู่ใจ วางอยู่ข้างๆ   ฉันนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไมตัวหนอนถึงมาอยู่ที่ตัวยายพาได้ แล้วน้าเทก็เล่าให้ฟังว่า   สงสัยว่าจะโดนเสี้ยนไม้ทิ่มเท้าข้างขวา แรกๆ เป็นแผลเล็กๆ เหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก พอทิ้งไว้แผลเริ่มอักเสบ ยายก็เอาน้อยหน่าแห้งมาฝนทาแผลไว้ ไม่ได้บอกลูก  หลายวันผ่านไปแผลเริ่มอักเสบมาก ยายก็ยังไม่บอกลูกอีก เพราะกลัวว่าจะพาไปหาหมอ กลัวหมอตัดขา  จึงเอาผ้าห่มคลุมแผลไว้  จนสุดท้ายทนไม่ไหวเพราะปวดแผลมาก และแผลมีกลิ่นเหม็นมาก  จึงได้บอกลูกเขย   เมื่อยายยอมเปิดผ้าห่มที่คลุมแผลไว้  ก็พบว่ามีหนอนไต่อยู่ในแผล   จึงได้ไปบอกน้าเทให้มาทำแผลให้   น้าเทไปดูแผลยายพาคิดว่าเป็นมากแล้ว  จึงได้โทรศัพท์มาหารือกับฉัน  ถ้าเป็นขนาดนี้แล้วต้องได้เอายายพามาที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ปัญหาคือ ทำอย่างไรยายพาจึงจะยอมมาที่โรงพยาบาล เพราะแกกลัวจะโดนตัดขามาก น้าเทรับปากว่าจะพูดกับยายให้     

           ภาพหญิงชราที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้า ดูเหมือนกับอายุเป็นร้อยปีผมหงอกทั้งศีรษะดูยุ่งเหยิง  ใบหน้าซีด แววตาที่หวาดกลัว ริมฝีปากแห้ง ไม่มีคราบน้ำหมากที่เคยเห็นอยู่ประจำ มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ที่เหล็กกั้นเตียง สวมเสื้อสีเขียวตัวใหญ่ของโรงพยาบาล  ดูยายตัวเล็กลงไปอีกมาก   “ อย่าเฮ็ดแฮงเด้อหมอ”   เสียงยายบอก  คุณหมอหนุ่มที่บรรจงทำแผลให้ยายอย่างเบามือ  “ บ่ได้เฮ็ดแฮงดอก ”   คุณหมอก็ลูกทุ่งไม่แพ้กัน ถึงแม้คุณหมอจะค่อยๆบรรจงทำแผลให้  ยายพาก็ยังครางอ๋อยๆจนทำแผลเสร็จ  ยายพามาอยู่โรงพยาบาลเกือบสองสัปดาห์ ได้รับการทำแผลและตกแต่งบาดแผลทุกวัน  ยาฆ่าเชื้อก็ได้รับ  แผลของยายไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น นิ้วเท้า นิ้วก้อยนิ้วนางแห้งดำ แพทย์จะส่งไปยังโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด  ทั้งแพทย์และพยาบาลได้ผลัดเปลี่ยนไปคุยกับยาย  เพื่อให้ยายไปรักษาต่อ  ยายก็ไม่ยอมท่าเดียว  “คุณหมอ ๆ”  เสียงคุ้นๆ มาเรียกที่หน้าบ้านพักในตอนเช้า   เมื่อเปิดประตูออกมา ชายรูปร่างผอมผิวดำนั่งยองๆที่หน้าประตูบ้าน    “   ตาแดง มาทำอะไร”   ตาแดง เป็นลูกเขยของยายพา มาปรึกษาเรื่องยายพา หมอจะส่งไปขอนแก่น ยายไม่ยอม และทางบ้านก็ไม่มีคนไปเฝ้า ไหนจะค่าอยู่ค่ากินคนไปอีกหล่ะ  ตาแดงต้องรับผิดชอบดูแลทั้งแม่ยายและภรรยาของแกที่ป่วยเป็นเบาหวานและโรคเกล็ดเลือดผิดปกติ ตาแดงบอกว่า ยายจะหนีออกจากโรงพยาบาลถ้าจะส่งไปโรงพยาบาลศูนย์ แกจะให้ เอารถเข็นน้ำมาเข็น ออกไปจากโรงพยาบาล      หลังจากที่คุยกับตาแดงแล้ว  ฉันได้ไปเยี่ยมยายพาที่ตึกผู้ป่วยใน   ปรึกษากับหัวหน้าตึกผู้ป่วยในและแพทย์ผู้รักษาจะทำอย่างไรต่อ   “ ยายพาดื้อ”  พี่หัวหน้าตึกบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม   ฉันยังไม่เคยเห็นพี่หัวหน้าอารมณ์เสียใส่คนไข้สักครั้งเลย       

        “ ยายพาออกโรงพยาบาลแล้ว  แต่ไม่ยอมไปทำแผลที่โรงพยาบาลอีก จะให้ทำอย่างไร  ปล่อยไว้ก็กลัวว่าหนอนมันจะขึ้นอีก”  น้าเทโทรมาอีก   สิ่งที่น้าเทบอกอาจจะจริงเพราะบ้านของยาย เป็นบ้านไม้ สองชั้น ชั้นล่างเป็นปูนดูทึบๆ ไม่มีหน้าต่าง  หน้าบ้านมุงสังกะสีออกมาทำเป็นคอกวัว    มีกองฟืนจำนวนมากวางข้างๆ    บ้านแทบไม่มีที่เดิน     ฉันลงไปเยี่ยมบ้านยายพาและเตรียม อุปกรณ์การทำแผลต่างๆ ไปจำนวนหนึ่ง น้าเทรออยู่ที่บ้านยายพาแล้ว ในขณะที่ทำแผล ก็แนะนำวิธีทำแผลให้น้าเท   และให้ลองทำจนทำเป็น ยายพาเมื่ออยู่ที่บ้านแววตาดูมีความสุข ขณะที่ทำแผลให้ก็ไม่ได้ร้องโอดโอย ผิดกับตอนที่อยู่โรงพยาบาลราวกับเป็นคนละคน ฉันบอกยายพาว่าต่อไปน้าเทจะมาทำแผลให้ทุกวัน  สัปดาห์ต่อมา เมื่อลงไปเยี่ยมบ้านอีก  น้ากัน กับน้าไข อสม.ที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านยายไปด้วย เมื่อเปิดแผลยายพาพบ มีเนื้อตายและรอบแผลดำไปหมด  ทราบว่ายายให้ลูกเขยไปซื้อยามาใส่แผล ชาวบ้านที่อยู่อำเภอใกล้เคียงเป็นคนทำ เป็นครีมสีดำๆ รักษาแผลได้ทุกชนิด  กระปุกละ 300 บาท  หลังทำแผลยายพาให้เอาครีมทาให้ด้วย  ซึ่งขัดกับหลักการทำแผลที่ฉันเรียนมา  “ ยายพาดื้อ”  ฉันนึกถึงคำพูดพี่หัวหน้าตึก จึงตกลงกันกับยายว่าถ้าแผลมันไม่ดีขึ้น ยายจะยอมรับวิธีการทำแผลของเจ้าหน้าที่  น้ากัน กับน้าไข อสม.ที่ไปด้วยกัน  ได้แนะนำ เรื่องการจัดบ้านเรือน  ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันก็ได้แนะนำแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำตาม ชาวบ้านเขาจะพูดหรือบอกกันได้ตรงๆ เมื่อไปเยี่ยมอีก สภาพบ้านเรือนดูเปลี่ยนไป  ตาแดงย้ายคอกวัวออก กองฟืนวางเป็นระเบียบขึ้น 

     2 เดือน ที่ยายพากลับไปอยู่บ้าน แผลของยายพาก็ไม่ดีขึ้น  ฉันเลยถามอีกว่า อยากไปโรงพยาบาลไหม คำตอบที่ได้คือ “ไม่   จะเป็นอะไรก็เป็นแก่แล้ว   ถ้าไปโดนตัดขา กลัวเจ็บ กลัวไม่หาย จะตายก็ให้มันตายแบบนี้ล่ะ”  มันเป็นความล้มเหลวหรือเปล่านะที่แนะนำแล้ว ผู้ป่วยไม่ทำตาม  ไม่น่าใช่  ฉันถามและตอบตนเอง  จริงของยาย  เท้าก็เป็นของยาย ในเมื่อยายพอใจแบบนี้ ลูกเต้ายอมรับได้   ก็น่าจะดี   เมื่อเวลาประชุมกรรมการชุมชน  ฉันได้ปรึกษาเรื่องนี้กับทีมงาน   ทุกคนก็ให้กำลังใจ ผู้อำนวยการ ให้ฉันเบิก ยาบำรุงและยาฆ่าเชื้อไปให้ยายพาด้วย ยายพาเลิกทายาสีดำๆและให้ตัดเนื้อตายออกในวันที่ไปทำแผลให้   แผลเริ่มแดงขึ้น  ต่อมาอีก 1 เดือน แผลของยายพา เกือบหายดี  ล้างแผลต่อไปอีกไม่นานคงหาย   ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยคิดว่าแผลแกจะหายได้  “จำเริญๆ เด้อ” ยายพาให้พร ฉันกับน้าเท  คำอวยพรสั้นๆ จากปากหญิงชรา มันทำให้ ฉันมีพลัง ขึ้นมาอีกมาก มีแรงและกำลังใจทำงานในหมู่บ้านต่อไป

 

view