สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

อ้อยบาดตา หนี้สินบาดใจ

อ้อยบาดตา  หนี้สินบาดใจ

ใบอ้อยบาดตา
หนี้สิน บาดใจ

โดย....คุณกัญจนพร วงศ์ภักดี


Èหลังปีใหม่ของทุกปี สมหวัง เมีย และลูกพร้อมด้วยสัมภาระมีข้าวเหนียว แจ่ว ปลาแห้ง จะต้องขึ้นรถสิบล้อที่นายหัวจัดมารอรับเพื่อไปตัดอ้อยที่เมืองกาญจนบุรี ไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะปีนี้รับเงินเขามาเอาไปใช้หนี้โรงพยาบาลใหญ่ค่าผ่าตัดใส่เหล็กลูกชายคนโตที่ขี่มอเตอร์ไซค์ชนกับรถเก๋ง ขาหัก บริษัทประกันภัยของรถเก๋งนอกจากไม่ช่วยค่าทำขวัญยังปล่อยให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง อ้างว่าลูกชายเป็นฝ่ายผิด โรงพยาบาลใหญ่ก็บอกว่าบัตรประกันสุขภาพที่ทำไว้ใช้ไม่ได้ เพราะเกิดจากรถชนกันต้องใช้ พ.ร.บ.รถ แต่มอเตอร์ไซค์ที่ซื้อต่อเขามาไม่มีทะเบียนรถ จึงซื้อ พ.ร.บ.รถไม่ได้ก็ต้องจ่ายเองตามระเบียบ ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีเหล็กดามกระดูก ไม่รู้จะพึ่งใคร จะไปประท้วงก็กลัวถูกหมากัด จึงต้องหันไปพึ่งนายหัวที่พอจะพึ่งกันได้ ด้วยดอกเบี้ยแสนจะแพง ชดใช้ด้วยค่าแรงตัดอ้อยที่แสนจะถูก แต่ทำยังไงได้ เพราะคนจนมีทางเลือกไม่มาก

            สมหวังเล่าให้หมอฟังต่อไปว่า “หลังไปตัดอ้อยได้ ๑ เดือน ก็ถูกใบอ้อยบาดตาเมื่อ ๗ วันก่อน เจ็บและปวดตามาก แต่ก็พยายามอดทน เพราะไร่อ้อยจะออกไปในเมืองไม่สะดวกเท่าไรต้องเหมารถเสียเงินเสียทองอีก นอนรออยู่ ๓ วันจึงให้เมียไปตลาดพร้อมรถของนายหัวไปซื้อยาที่ร้านหมอตี๋ หมอตี๋ให้ยามาล้างตา ยิ่งล้างยิ่งมัว พอวันที่ ๕ จึงขอนายหัวเผ่นกลับบ้าน วันนี้รู้สึกปวดตา และตามัวลงมาก” สมหวังเล่าอาการให้หมอฟังอย่างเจ็บปวดกับโชคชะตาของตนเอง

            หมอบรรจงตรวจตาของสมหวังอย่างละเอียด พบว่า กระจกตาซ้ายของสมหวังเป็นแผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ มิลลิเมตร สายตาข้างซ้ายมัวลงมากเทียบกับข้างขวา จึงให้สมหวังไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ที่มีหมอตา และหมอตาได้ให้ยากิน ยาหยอด และปิดตาไว้ทั้ง ๒ ข้าง ๓ วันต่อมาอาการดีขึ้นหายปวดตา แต่ยังมีปัญหาตามัวเล็กน้อย ได้รับการอธิบายว่าคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ดีไปกว่านี้ เพราะมาช้า สมหวังจึงมีปัญหาตาข้างซ้ายมัวเห็นไม่ค่อยชัดเป็นความทุกข์ที่เพิ่มขึ้นจนถึงทุกวันนี้

            “ตา” เป็นประสาทสัมผัสที่สำคัญของร่างกายในการมองเห็นจึงควรป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุต่อตา และเมื่อเกิดอุบัติเหตุต่อตาดังกรณีของสมหวังก็ควรจะได้รับการดูแล และรักษารวมทั้งปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง มิเช่นนั้นอาจจะตาบอดได้

            È ใบอ้อยบาดตาพบได้บ่อยในคนอีสาน เพราะปลูกอ้อยกันมากและครอบครัวที่ไม่ได้ปลูกอ้อยเองมักถูกว่าจ้างให้ไปตัดอ้อยที่อำเภออื่น จังหวัดอื่น ดังกรณีของสมหวัง พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อายุระหว่าง ๑๘-๓๕ ปี การที่ใบอ้อยบาดตาจะทำให้เกิดแผลถลอกบริเวณกระจกตา และมีสิ่งแปลกปลอมฝังลงไปในบริเวณกระจกตา ทำให้กระจกตาและม่านตาอักเสบ จึงเกิดอาการปวดตา และการมองเห็นลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแผลเกิดบริเวณกลางกระจกตา จะเกิดการสูญเสียสายตามากที่สุด

           เมื่อใบอ้อยบาดตา สิ่งแรกต้องทำคือห้ามขยี้ตา ห้ามใช้นิ้วกดบนลูกตา ไม่ควรล้างตา หรือกรอกตาไปมา ควรปิดตาด้วยผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด และไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น

            ฤดูตัดอ้อยที่กำลังจะมาถึงนี้อยากชวนผู้อ่านทุกท่านหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันใบอ้อยบาดตากันดีกว่า ดังโบราณท่านว่าไว้ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้ เดี๋ยวแย่จะแก้ไม่ทัน” โดยมีสติตลอดเวลาที่เดินไปในไร่อ้อย และควรสวมแว่นกันแดด เพื่อกันใบอ้อยบาดตาจนเกิดแผล รวมทั้งสามารถป้องกันลมและแดดที่จะก่อให้เกิดต้อลมและต้อเนื้อตามมาอีกด้วย

           ได้สอบถามปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานถึงแนวทางป้องกันปัญหาใบอ้อยบาดตา ท่านบอกว่าง่ายนิดเดียวเพราะในอดีตไม่เคยมีปัญหานี้ เพราะปู่ย่าตายายไม่เคยปลูกอ้อยสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ อย่างมากก็ปลูกเป็นหย่อมๆ ไว้กิน เหลือกินแจกเพื่อนบ้าน เหลือกินเหลือแจกก็ขาย เหลือขายยังเอาไว้แปรรูปเป็นน้ำตาลก้อนไว้กินได้นานๆ การปลูกอ้อยผสมผสานลงในแปลงเกษตรผสมผสานที่หลากหลายช่วยให้พึ่งตนเองได้เพิ่มขึ้น ไม่ต้องง้อคนอื่น ไม่ต้องอพยพไปขายแรงงาน ขายชีวิต ขายความสุขในครอบครัว ขายความเข้มแข็งของชุมชน และที่สำคัญคือขายสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ ป่า รวมทั้งก่อมลภาวะทั้งจากยาฆ่าหญ้า จากความร้อนที่คอยเผาป่าอ้อย ทำให้ไม่น่าอยู่ แถมด้วยหนี้สินก้อนโตในปีที่อ้อยราคาตก หมดความภาคภูมิใจในตนเอง ครอบครัวและชุมชน ลูกๆ หลานๆ หนีไปหมด

            การคิดได้ และเปลี่ยนแนวทางการผลิตมาสู่การพึ่งตนเองจะช่วยป้องกันปัญหาใบอ้อยบาดตาได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากการมีหนี้สินล้นพ้นตัว รายจ่ายสูง ปัญหาสังคมจากการต้องอพยพแรงงานไปปลูกอ้อย ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการเผาและจากการใช้ยาฆ่าหญ้า จึงเป็นเวชศาสตร์ป้องกันที่สำคัญที่กระทรวงสาธารณสุข ควรมาเป็นแนวร่วมในการส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้สนใจ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และส่งเสริมการจัดการสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง ดังที่ปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสานได้ทำสำเร็จมาแล้ว

 


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view